Stone Head: กล้าฝัน กล้าทำ เพื่อ “เบียร์คราฟท์ไทย”

11140104_1644042095849039_806103790865664674_n

ในช่วงหลายปีหลังมานี้ ความคุ้นเคยของคนไทยกับคำว่า “เบียร์คราฟท์” มีมากขึ้น จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาทำให้เกิดการตื่นตัว และเปลี่ยนแปลงรสนิยมการดื่มของคนกลุ่มหนึ่งในประเทศ กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่ต้องการรสชาติที่แตกต่าง และต้องการแหวกกฎเกณฑ์แห่งความจำเจมาลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่

SH4 11219227_1603872596532656_9092414497791871350_n

ความนิยมของเบียร์คราฟท์เริ่มเข้ามาในประเทศไทยจากการนำเข้าแบรนด์ต่างประเทศ จนสองสามปีที่ผ่านมานี้เราคงได้ยินคำว่า “เบียร์คราฟท์ไทย” เพิ่มเข้ามาร่วมวงสนทนาของนักดื่มบ่อยครั้ง หลายแบรนด์สัญชาติไทยเกิดขึ้น ทั้งจากการเป็นแบรนด์ที่ทำเป็นงานเสริมไปจนถึงขั้นต่อยอดเป็นธุรกิจจริงจัง อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย การผลิตเบียร์คราฟท์ในบ้านเรา ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่มาวันนี้อาจกล่าวได้ว่า เบียร์คราฟท์ไทยก้าวไปอีกขั้น ด้วยมีแบรนด์ที่กล้าก้าวออกมาสร้างความแตกต่าง ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในของวงการเบียร์คราฟท์ไทย นั่นคือแบรนด์ Stone Head โดยมี คุณฟาง ปณิธาน ตงศิริ หนึ่งในแกนนำของทีม ที่ได้ชักชวนเพื่อนฝูงคอเดียวกันและอุดมการณ์เดียวกัน จับมือกันก้าวออกมาจากกรอบความจำเจแบบเดิมๆ ด้วยความเชื่อที่ว่าเสรีภาพของเราไม่ควรมีใครมาจำกัดเอาไว้

SH6

Stone Head ชื่อแบรนด์ที่พี่ชิต ผู้ใหญ่ในวงการเบียร์คราฟท์บ้านเราและถือเป็นอาจารย์ของทีม ตั้งให้เพื่อสะท้อนถึงความหัวแข็งและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่ต้องการทำให้เบียร์คราฟท์ไทยเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ทีม Stone Head เริ่มต้นแนวคิดและลองผิดลองถูกที่เมืองไทย แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่พร้อม บวกกับความตั้งใจอันแรงกล้า จึงได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ได้เงินเดือนมั่นคง ย้ายไปอยู่กัมพูชาและตั้งโรงงานผลิตเบียร์ที่นั่น โดยยังนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศไทยเพื่อคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นเบียร์คราฟท์ไทยอย่างหนักแน่น แล้วใช้วิธีส่งเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแทน เพื่อแก้เงื่อนไขอันเกิดจากกฎหมายในประเทศที่ทำให้ไม่สามารถผลิตเบียร์ได้อย่างอิสระ Craft ‘N Roll ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณฟาง ตัวแทนของ Stone Head ถึงความกล้าคิด กล้าทำจริง และแนวทางที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้เกิดขึ้น…

“ผมเห็นความพยายามในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ แง่มุมที่น่าสนใจของวงการเบียร์คราฟท์ไทย การรับรู้ว่ามีกลุ่มคนไทยกำลังพัฒนาสังคมของการดื่มเบียร์ในเชิงศิลปะและวิทยาศาสตร์ ประกอบการที่เรามีทักษะในการทำธุรกิจและพอมีเงินทุนบ้าง ทำไมเราไม่เปิดโรงงานเล็กๆ แบบถูกกฎหมาย แล้วรับผลิตให้ทุกเจ้าที่ทำกันเองอยู่แล้ว เพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาด้านกฎหมายที่ยังไม่เอื้ออำนวยให้ทำเบียร์แล้ว เรายังช่วยทุกแบรนด์ขยายตลาดไปได้ทั่วโลก ผมเลยนำความคิดการก่อตั้งโรงงานและเบียร์ Stone Head ไปปรึกษาผู้ใหญ่ และได้รับการสนับสนุนจากคนในวงการเบียร์คราฟท์ไทยมากมาย ความคิดนี้จึงเป็นจริงได้ และกลายเป็นชีวิตใหม่ของพวกเราครับ”

SH3

คุณฟาง เลือกประเทศกัมพูชาเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับลงหลักปักฐานโรงงานเบียร์ ด้วยทำเลที่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 5 ชั่วโมง และอยู่ใกล้ท่าเรือสามารถส่งเบียร์คราฟท์ไทยไปขายประเทศใกล้เคียงได้สะดวก ซึ่งสามารถช่วยแบรนด์อื่นๆ ขยายตลาดให้เบียร์คราฟท์ไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

“สิ่งที่เราต้องการอย่างแรกตอนนี้คือการสร้างแฟนคลับ เราต้องสร้างกำลังคนมาช่วยต่อสู้กับเรา เราเห็นทุกคนนั่งคิด เขาพยายามจะสร้างตัวตน สร้างความเปลี่ยนแปลง แต่เราทำธุรกิจมาก่อน เรารู้ดีว่ามันจะเป็นยังไง มันน่าชื่นชม แต่ว่าไม่น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใน 5 ปี เพราะว่าไม่มีคนดื่มเบียร์คราฟท์ไทยมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ต่อให้วันนี้ทุกคนไปยื่นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ก็จะไม่มีใครสนใจ เพราะมันไม่มีความหมายอะไรสำหรับคนส่วนใหญ่ ผมเลยมองว่าถ้าจะให้มันเป็นไปตามกลไกตลาดจริงๆ จะต้องมี Stone Head เกิดขึ้น เพื่อจุดประสงค์หลักคือขยายตลาดให้ใหญ่ขึ้น และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราไปเปิดโรงงานที่กัมพูชาเพื่อผลิตเบียร์ แล้วเอากลับมาขายที่ไทยแบบถูกกฎหมาย”

SH7

คุณฟางบอกเราอีกว่าการลงทุน ลงแรงทำทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้คนเมามากขึ้น แต่อยากให้คิดว่าเรามีสิทธิ์และเสรีภาพที่จะทำได้ภายใต้การเคารพกฎกติกาของบ้านเมือง ดังนั้นการย้ายไปทำเบียร์คราฟท์ที่อื่นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกเขาในตอนนี้ แต่แน่นอนว่าเมื่อย้ายฐานการผลิตไปอยู่ในต่างประเทศและส่งกลับเข้ามาขายในเมืองไทย ย่อมส่งผลกระทบต่อเรื่องราคาในตลาด โดยเฉพาะในระยะต้นที่จำนวนผลิตอาจจะปริมาณไม่มาก เมื่อผ่านด่านภาษีนำเข้า ราคาก็จะสูงขึ้น แต่รวมๆ แล้วก็ไม่น่าจะเกินขวดละ 200 บาท แต่ในอนาคต หากได้รับความนิยมและสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตได้มากขึ้น ต้นทุนก็จะถูกลง ย่อมส่งผลให้ราคาถูกลงด้วยเช่นกัน

Stone Head เพิ่งเริ่มทำแบรนด์มาแค่ประมาณ 6 เดือน ช่องทางการจำหน่ายจึงยังมีไม่มากนัก ซึ่งในเมืองไทยมีขายที่ร้าน Chit Beer ที่เกาะเกร็ดเท่านั้น และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ผ่านทางเพจของ Stone Head  ได้ แต่ต่อไปคงจะหาช่องทางการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคุณฟางคิดว่า เมื่อสามารถขยายตลาดได้อย่างถูกกฎหมาย เมื่อนั้นเบียร์คราฟท์ไทยก็จะสามารถไปเชิดหน้าชูตาวางขายในห้างสรรพสินค้าเบียดกับเบียร์ต่างประเทศที่มาบุกตลาดบ้านเราได้ แน่นอนว่าถึงตอนนั้นสื่อก็จะพูดถึงอย่างกว้างขวาง ลูกค้าก็จะมีเพิ่มขึ้น เมื่อรวมพลังกับคนทำเบียร์ทุกแบรนด์แล้ว ก็จะสามารถช่วยกันสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายขึ้นได้อย่างแน่นอน

SH2

“จริงๆ แล้วอยากให้ทุกคนรักในเสรีภาพของตัวเอง เพราะมันทำให้โลกเราหมุนไปข้างหน้าและเกิดสิ่งดีๆ ขึ้น ทุกอย่างในโลกล้วนเป็นวงจรแบบนี้ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน อย่างสมัยมาติน ลูเธอร์ คิง ผู้นำขบวนการเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของชาวผิวสี ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องการเหยียดสีผิวให้เกิดขึ้นได้จริง ถ้าไม่มีคนผิวสีกลุ่มหนึ่งที่คิดขึ้นได้ว่าเราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน แล้วลุกขึ้นมาสู้ก็คงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่สมัยนี้เราต้องสู้ด้วยสมอง ด้วยศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์ บางคนอาจมองเบียร์คราฟท์เป็นแค่เครื่องดื่มมึนเมาราคาถูกที่ทำร้ายสังคม แต่สำหรับผมมันไม่ใช่ มันเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง เป็นความสุขแบบหนึ่งของคนกลุ่มเล็กในสังคมที่ไม่ควรถูกปิดกั้น นี่เป็นวิธีการสื่อสารแบบหนึ่งที่เราแสดงออกผ่านรสชาติ จินตนาการ มันสนุกและมีสีสันมากกว่าที่คิด”

ในสายตาของนักทำเบียร์และนักดื่ม เบียร์คราฟท์เป็นมากกว่าแค่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่คือผลงานศิลปะอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นทางเลือกที่สร้างความแตกต่างในรสชาติและสุนทรียะของการดื่ม ซึ่งถ้าแนวทางของ Stone Head เป็นไปได้สวยงาม ต่อไปเราอาจจะได้เห็นแบรนด์เบียร์คราฟท์สัญชาติไทยวางบนชั้นในห้างสรรพสินค้ากระจายวงกว้างสู่ตลาดในประเทศมากขึ้น และถ้ามันแข็งแรงมากพอ วันหนึ่งในอนาคต “เบียร์คราฟท์ไทย” อาจจะมีพลังพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง และเป็นที่ยอมรับในเวทีสากลได้…

 

11889575_1603888733197709_556723552370743279_n

 

Photo Credit: Stone Head