หลบความวุ่นวายมาผ่อนคลายจิบกาแฟที่ Blue Dye Café

ฝนตก รถติด น้ำรอระบาย สารพัดปัญหาหงุดหงิดที่ทำให้ชีวิตคนกรุงเทพเปลี่ยนไปเป็นวุ่นวายเหลือเกิน… Craft n’ Roll จึงอยากชวนชาวคราฟต์มา Take a Break ที่คาเฟ่สุดฮิปใจกลางเมือง Blue Dye Café เข้าซอยสุขุมวิท 36 เลี้ยวขวาซอยนภาศัพท์แยก 1 เดินต่ออีกนิดทางขวามือ ร้านเปิดเวลา 10.00 – 21.00 น. และร้านปิดทุกวันจันทร์ ผ่านประตูเข้ามาก็มีกลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟโชยมาแตะจมูกทำให้รู้สึกผ่อนคลาย บรรยากาศของร้านที่ร่มรื่น โปรงสบาย มีความโดดเด่น ด้วยการใช้สีน้ำเงินที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านตัดกับสีขาว ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนบ้าน แต่แอบซ่อนความเท่แบบสไตล์ล๊อฟฟ์ เหมาะกับการหลบความวุ่นวายแล้วมานั่งพักให้ผ่อนคลายเป็นที่สุด

 

ด้านหน้าเคาท์เตอร์ร้านที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว ด้านหลังมีกระดานเขียนเมนูเครื่องดื่มให้เลือกมากมาย แต่ที่ห้ามพลาดเลยคือ เมนูกาแฟที่ทางร้านให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เมนูที่โด่งดังของทางร้านคือ “Chai Latte with Tofu Pudding” เป็นกาแฟแบบอินเดีย ที่ทางร้านได้คิดไซรัปสูตรพิเศษ ใส่กลิ่นหอมของเครื่องเทศหลายชนิด ให้รสสัมผัสที่แปลกใหม่ เพิ่มความกลมกล่อมด้วยน้ำเต้าหู้ทำให้ดื่มง่ายเข้ากับกลิ่นเครื่องเทศเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ก็มีอีกหลากหลายเมนูที่ชาวคราฟต์คอกาแฟต้องมาลองสักครั้งรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

Chai Latte with Tofu Pudding

 

ทางร้านมีอาหารที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับเมนูตะวันตกได้อย่างลงตัว แต่เมนูที่มาแล้วต้องสั่งขอแนะนำเมนูชื่อคุ้นหูคนไทยอย่าง “Moo-Nam-Tok Pasta” รสชาติที่คุ้นเคย ความหอม แซ่บ เผ็ด ซี๊ด ที่ถูกดัดแปลงให้เข้ากับเส้นพาสต้านุ่มๆ มีกลิ่นหอมเครื่องเทศจากเนื้อหมูที่ผ่านการหมักอย่างพิถีพิถันทำให้เนื้อหมูนุ่มละมุน ผัดกับเส้นสปาเก็ตตี้ ได้รสแซ่บจี๊ดแบบไทย นอกจากนี้ยังมีอาหารฟิวชั่นอีกหลายจานที่มีความโดดเด่นชวนให้ลิ้มลอง ชาวคราฟต์สายกินห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

Moo-Nam-Tok Pasta

 

ปิดฉากของมื้ออาหารด้วยของหวานสุดพิเศษ มีด้วยกันสองอย่าง สองอารมณ์ ที่ทางเราขอเลือกให้เป็นเมนูเด็ดต้องลิ้มลอง เริ่มที่เมนูคลาสสิคของทางร้านที่นำมาปรับสูตรใหม่ “Toast Affogato” ไอศกรีมกลิ่นขนมปังหอมกรุ่น จับคู่กับมูสกาแฟรสเข้ม ออกมาเป็นรสชาติสุดลงตัว หวานนุ่มตัดกับรสขม และกลิ่นหอมของมูสกาแฟ ที่คอกาแฟต้องหลงรักอย่างแน่นอน และอีกหนึ่งเมนูสุดสดชื่น “Green Sorbet” ไอศกรีมสูตรเฉพาะของทางร้าน มีส่วนผสมของตะไคร้ ใบมะกรูด และเทียนข้าวเปลือก เสิร์ฟคู่กับวุ้นใบเตย และวุ้นมะพร้าว ที่หอมหวานเข้ากันดีกับกลิ่นของไอศกรีมอย่างลงตัว

Toast Affogato
Green Sorbet

 

นอกจากอาหาร และเครื่องดื่มที่น่าสนใจแล้ว ทางร้านยังมีการแบ่งพื้นที่โซน เพื่อให้ความรู้เรื่องกาแฟแบบรอบด้าน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ จนถึงการชงกาแฟ เพื่อให้คอกาแฟได้เข้าใจ และอินไปกับการจิบกาแฟที่หอมกรุ่น อีกทั้งยังมีมุมขายของแฮนด์เมดต่างๆ ผลิตภัณฑ์เซรามิก Photo Book และเสื้อผ้าไว้บริการ เพิ่มความหลากหลายให้เป็นมากกว่าคาเฟ่ธรรมดา มีพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปเพื่อเพิ่มสีสัน และให้ความรู้ เรียกได้ว่าร้านเดียวครบเครื่อง ชาวคราฟต์ที่กำลังมองหาพื้นที่พักสมอง หรืออยากมาลองดูของแฮนด์เมดสุดคราฟต์ ต้องมาให้ได้สักครั้งรับรองติดใจต้องกลับมาซ้ำอย่างแน่นอน

 

ติดต่อทางร้านได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/BlueDyeCafe/

Photo Credit : Blue Dye Café