7 แบรนด์เบียร์คราฟท์ไทย ที่ควรลิ้มลองสักครั้ง

Front-7-Brands

Craft’n Roll จะพาไปรู้จัก 7 แบรนด์เบียร์คราฟท์ไทย ที่มาพร้อมความแปลกใหม่ที่น่าสนใจทีคนส่วนใหญ่อาจยังไม่เคยลิ้มลอง เรารวบรวมมาให้ทำความรู้จักและไม่ลืมชี้พิกัดให้ตามไปลิ้มลอง

 

logo_1

Taophipop Ale Project

แบรนด์ที่ทำเบียร์จากความรัก เขาจึงเรียนรู้ด้วยตัวเอง หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต และลงมือทดลองทำเบียร์จนได้เข้าไปทำงานที่ Mikkeller เกือบปี ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับเบียร์มากขึ้น จากตอนแรกที่มีเป้าหมายที่อยากจะทำเบียร์ให้กินได้ กลายมาเป็นอยากเพิ่มสีสันให้กับเบียร์ด้วยการกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่นของไทยเข้าไปผสมผสาน และอยากทำเบียร์ให้เหมาะกับประเทศไทยมากที่สุด และค้นพบว่าเบียร์ประเภทเซซองสามารถเก็บในอุณหภูมิสูงถึง 35 องศา เหมาะกับอากาศบ้านเรา เบียร์ของเขาจึงออกไปทางดื่มง่าย บอดี้เบาๆ  และยังเป็นประเภทเบียร์ที่คนไทยไม่ค่อยทำกัน

เบียร์ที่ทำบ่อย ได้แก่ Hurtster Saison แอลกอฮอล๋ 4.9 % เป็น Wheat Saison  ดื่มง่ายมีเอกลักษณ์ของ wheat malt และมีรสยีสต์ fruity floral  ติดเปรี้ยวนิดๆ  และอีกตัวที่ทำบ่อยชื่อ Taum Tung Kao Salee Laew Boom Guy Pen KokoCunt ท่วมทุ่งข้าวสาลีแล้วบูมกลายเป็นโกโก้ครันซ์ Style black Saison 5.2% มีส่วนผสมของช็อคโกเเล็ตมอล์ตที่ให้กลิ่นโกโก้เเละยังเติมซีเรียลโกโก้ครันซ์เพื่อสร้างกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หมักด้วยเซซองยีสต์ เบียร์ที่ได้จึงออกมาเป็นสีเข้มเเต่บอดี้บางเบาดื่มง่าย และอีกไม่นานแบรนด์นี้เขาจะนำเสนอความพิเศษอะไรมาให้เราตื่นเต้นอีก คงต้องติดตามตอนต่อไป

สามารถติดตามข่าวสารของแบรนด์นี้ได้ที่เฟสบุ๊คของเขาได้โดยตรง

Facebook: Taophipop Ale Project

yodbeer

YodBeer เบียร์หมี

YodBeer หรือที่คนส่วนใหญ่จะเรียกว่าเบียร์หมี เน้นทำเบียร์โดยใช้วัตถุดิบที่สื่อถึงความเป็นไทย หรือวัตถุดิบพื้นบ้านที่มีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งเม็ดผักชี กานพลู อบเชย โป๊ยกั๊ก เป็นต้น เบียร์ส่วนใหญ่ของแบรนด์นี้จึงได้เบียร์รสชาติที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยอันมีเอกลักษณ์

เบียร์ที่ขึ้นชื่อ Bearnana wit หรือเบียร์กล้วยตาก 4.8 % ขึ้นชื่อซึ่งเป็นการนำเอากล้วยตากจากภูมิปัญญาชาวบ้านในการถนอมอาหารที่ทำให้กล้วยอยู่ได้นานขึ้น ใส่ลงไปในเบียร์ด้วย ทำให้เบียร์เกิดเอกลักษณ์ความหอม หวาน ชัดเจน และดื่มง่ายตามสไตล์เบียร์วีต นอกจากนี้ยังมีเบียร์ที่น่าลิ้มลองสุดๆ อย่างเบียร์พริกแกง แอลกอฮอล์ 5.2%   และเบียร์ที่ทำประจำ เช่น Bear Gryll IPA, Big bear told APA และ American Wheat

สามารถตามไปชิม Yod beer ได้ที่ร้าน harem beer ศรีนครินทร์ และสั่งได้ทางเฟสบุ๊คโดยตรง

Facebook: YodBeer เบียร์หมี

 

max beer

Max Beer

เริ่มต้นเข้าสู่วงการเบียร์คราฟท์ไทยจากการต้มเบียร์กับพี่ชิต (Chitbeer) เรียนรู้ ฝึกฝนฝีมือมาปีกว่าๆ จนได้ฤกษ์เปิดตัวขายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทดลอง ปรับปรุงตามสไตล์ที่ตัวเองชอบ

และล่าสุดกับเบียร์เอาใจสาวๆ อย่าง Raspberry Ale แอลกอฮอล์ 5.5 % เกิดจากความบังเอิญที่ค้นพบจาการทำ Pale ale แต่ดันใส่ Special malt ตัวนึงไปซึ่งมันให้สีแดง ซึ่งปกติ Pale Ale สีจะออกไปทางเหลืองอำพัน ทางแบรนด์เลยหาทางปรับ แล้วบังเอิญไปเจอฝรั่งในกรุ๊ปทำเบียร์ของต่างประเทศคุยกันว่าเขาใส่เบอร์รี่ลงไปในเบียร์ ก็เลยไปปรึกษาคนคนนั้นแล้วทดลองมาแก้ไขกับเบียร์ตัวนี้แล้วก็ได้ผลออกมาดีเกินคาด เป็นเบียร์ที่ถูกพูดถึงและมีรสเบอร์รี่ฉ่ำอีกตัวหนึ่ง

นอกจากนี้แบรนด์นี้ยังทำ Wit beer , IPA , Pale Ale และ Porter โดยส่วนใหญ่เบียร์ของแบรนด์นี้จะมีระดับแอลกอฮอล์อยู่ที่ 4.2 – 7.9 % ส่งขายที่ chitbeer เป็นหลัก และตอนนี้ยังมีจำหน่ายที่ร้าน Changwon Expess อีกด้วย ใครสนใจอยากลิ้มลองตามไปชิมกันได้

Facebook:  Max Beer

 

yaft craft1

Yarf Craft

ชื่อ Yarf Craft นี้มาจากแก็งค์เพื่อนที่ไปดื่มกันจนตั้งชื่อว่า ยับ เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ว่าดื่มกันจนเมายับ จนวันหนึ่งช่วงปลายปี 2015 ก็เริ่มทำเบียร์ดื่มเอง เพราะเป็นสิ่งที่อยู่กับมันได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ จากนั้นก็เลยหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ศึกษาเพิ่มเติม แล้วก็ได้ไปเรียนต้มเบียร์ที่ร้าน Chitbeer บนเกาะเกร็ด จากจุดเริ่มต้นนั้นทำให้ตอนนี้แบรนด์นี้เขาผลิตเบียร์ออกมาให้เราได้ลิ้มรสหลายตัว

ส่วนเบียร์ที่ทำหลักๆ คือ Pale Ale กับ IPA ซึ่งเป็นเบียร์ประเภทที่คนทำชอบเป็นพิเศษ ตัวขึ้นชื่อของแบรนด์จนต้องทำบ่อยคือ Fight IPA  แอลกอฮอล์ 5.5%  จุดเด่นของเจ้าเบียร์ตัวนี้อยู่ที่การเน้นฮ็อป โดยมีกลิ่นของผลไม้เมืองร้อน ผลไม้รสเปรี้ยว รวมไปถึงความละมุนของกลิ่นคาราเมลที่มาจากสเปเชียลม็อลต์ทำให้เบียร์เกิดความสมดุล ใครอยากลิ้มลองรสชาติแบรนด์นี้สามารถตามไปชิมได้ที่ร้านพี่ชิต Chitbeer ที่เกาะเกร็ด

Facebook: Yarf Craft

BLANEYS

Blaney’s

ด้วยแนวคิดที่อยากเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ในเรื่องเบียร์ให้กับคนอื่นๆ ได้ลองดื่มเบียร์ที่หลากหลาย Blaney’s พยายามทำออกมาหลายๆ ชนิด  โดยพยายามที่จะปรับแต่งรสชาติและส่วนผสม ให้มีกลิ่นอายความเป็นไทย มีเอกลักษณ์ แต่ยังคงถูกปากทั้งชาวไทยและต่างชาติ และที่สำคัญคือต้องดื่มง่าย นั่นจึงเป็นจุดเด่นของแบรนด์นี้

เบียร์ตัวที่ทำบ่อย ได้แก่ Blaney’s Oak Aged Ale  แอลกอฮอล์เบาๆ ที่ 5.2% แน่นอนว่าเป็นเบียร์ที่ดื่มง่ายมีทั้งคาแรคเตอร์ของมอลต์และฮ็อปชัดเจน และยังมีกลิ่นหอมของไม้โอ๊คจากอเมริกาและกลิ่นหอมของวนิลาเบาๆ ทำให้ Blaney’s Oak Aged Ale มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบเบียร์หอมแต่ไม่แรงจนเกินไป  อีกตัวนามว่า Blaney’s Raisa Raisa แอลกกอฮอล์ 7% ชื่อสวยหวานเช่นเดียวกับรสชาติที่เป็นเบียร์หวานๆ ดื่มง่าย แต่ด้วยความดื่มง่ายนี่เองที่ทำให้หลายคนหลวมตัวดื่มจนหัวทิ่มไปแล้วหลายรายเช่นกัน

Facebook: Blaney’s beer

 

13565441_1044509402252983_1018461629_n

Whale Brewery

จากคนชอบดื่มเบียร์ กลายเป็นนักต้มเบียร์ที่กำลังเป็นที่จับตามากที่สุดตอนนี้ เขาเริ่มหาข้อมูลการทำเบียร์ แล้วก็ทดลองทำด้วยตัวเอง แก้ไขไปเรื่อยๆ จนทำเบียร์ออกมาได้สำเร็จ และตั้งชื่อแบรนด์ว่า “Whale” หรือ “ปลาวาฬ” ซึ่งได้ไอเดียมาจากตัวการ์ตูนลับในเรื่อง GTO ซึ่งก็คือปลาวาฬทรายที่จะคอยช่วยอยู่เบื้องหลัง เปรียบเหมือนเบียร์คราฟท์ไทยที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เคลื่อนที่ช้าโผล่มาทีก็ตูม สร้างสีสัน และสร้างแรงกระเพื่อมเกิดเป็นคลื่นในมหาสมุทรได้ ซึ่งหมายถึง เสรีชน ที่มีอิสระสามารถทำสร้างสีสันให้กับสังคมได้เช่นกัน

จุดเด่นของเบียร์ปลาวาฬ คือพยายามทำเบียร์ที่ดีที่สุด ให้มีคุณภาพดีที่สุด เบียร์ที่ทำบ่อยและได้รับการตอบรับที่ดี ได้แก่ Pilsner, Wheat, IPA ซึ่งตอนนี้อาจจะหากินยาก เพราะเพิ่งเปิดตัวไม่นาน ซึ่งแว่วมาว่ากำลังซุ้มทำโปรเจ็ค I’m Russian stout อันได้แรงบรรดาลใจมาจากเบียร์ Russian Imperial Stout ซึ่งว่ากันว่าเป็นเบียร์ที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้

 ใครสนใจสามารถหาชิมได้ที่ร้าน the concept ขอนแก่น หรือสอบถามได้ที่เฟสบุ๊คเลย

Facebook: Whale Beer

 

outlaw

Outlaw Brewing

จัดว่าเป็นชาวต่างชาติที่มาปักหลักต้มเบียร์คราฟท์ในบ้านเราจนกลายเป็นเบียร์คราฟท์ไทยเจ้าแรกในจังหวัดเลย แม้ว่าจะเปิดตัวในไทยไม่นานแต่ถือว่ามีประสบการณ์การต้มเบียร์ยาวนานกว่า 20 ปีตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่แคนาดา ยิ่งเมื่อเขาได้ไปเรียนวิชาจุลชีววิทยา เขาก็เริ่มศึกษาเรื่องแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ (pathogenic bacteria) ซึ่งทำให้มีประโยชน์ในการนำเอาความรู้ไปใช้ในการต้มเบียร์ของเขาอย่างมากจากต้มที่บ้านดื่มเอง ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Outlaw Brewing ในปัจจุบัน

เบียร์ตัวขึ้นชื่อของแบรนด์ ได้แก่  Gateway IPA แอลกอฮอล์ 6.5% บอดี้เบาๆ กลิ่นออกไปทางเสาวรส  และ Blondie Pale Ale แอลกอฮอล์ 5.5%  ดื่มง่าย เบาๆ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ไม่ชอบเบียร์แรงนัก นอกจากนี้ยังมีเบียร์ประเภทอื่นให้ลิ้มลองอีกหลายตัว และตอนนี้กำลังทำตัวพิเศษอย่าง Double IPA แอลกฮอล์  12% ในสไตล์ rye barley wine ซึ่งต้องคอยติดตามต่อไปว่าเขาจะปล่อยเจ้านี้มาให้เราได้ลิ้มลองกันเมื่อไหร่

สามารถตามไปชิมเบียร์ของ Outlaw Brewing ได้ตามร้านในกรุงเทพหลายแห่ง รวมไปถึงขอนแก่นด้วย  หรือติดต่อโดยตรงได้ที่เฟสบุ๊คได้เลย

Facebook: Outlaw Brewing