รีวิว ร้าน Let the Boy Die ร้าน เบียร์คราฟท์ สัญชาติไทยแท้

ร้าน เบียร์คราฟท์ สัญชาติไทย Let the Boy Die จัดว่าเป็นร้านแรกๆ ในประเทศที่รวมเฉพาะ เบียร์คราฟท์ เชื้อสายไทยแท้เท่านั้นเอามาให้ได้ชิมกันหลากหลายแบรนด์

The_Let_Boy_Die-23

 

The_Let_Boy_Die-19

ร้านเพิ่งจะเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2558 แต่ก็ได้รับความสนใจจากคอเบียร์มากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาอันรวดเร็ว นอกเหนือจากคอลเลคชั่น เบียร์คราฟท์สัญชาติไทยที่มารวมตัวกันแล้ว ตัวร้าน Let the Boy Die เองยังมีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่น ร้านตั้งอยู่ในอาคารเก่าสองชั้นคูหาเดียวที่ดูแล้วรู้เลยว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน แต่ความคลาสสิคของตัวอาคารในยุคเก่ายังคงเห็นเด่นชัด บริเวณชั้นล่างที่เปิดเป็นบาร์ กรุกระจกใส ให้ดูโปร่งและได้รับการรีโนเวทให้ดูโมเดิร์นมากขึ้น แต่ยังคงโชว์ความเก่าแก่ของอาคาร รวมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ที่ทำให้บรรยากาศร้านออกแนวดิบๆ แต่ดูเท่อย่างมีสไตล์และมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน

 

The_Let_Boy_Die-13

 

The_Let_Boy_Die-28

คุณเปี๊ยก พิพัฒนพล พุ่มโพธิ์ เจ้าของร้านควบตำแหน่งผู้ผลิตแบรนด์ Golden Coins และยังเป็นผู้ออกแบบตกแต่งร้านด้วยตัวเองทั้งหมด ด้วยอาชีพเดิมคือสถาปนิก ก่อนจะผันตัวเอง ลาออกมาทำเบียร์และบริหารร้านอย่างจริงจัง คุณเปี๊ยกจึงให้ความสำคัญกับพื้นที่ของร้านไม่ต่างการทำเบียร์ โดยมีคอนเซ็ปต์ของร้านที่อยากให้ที่นี่เป็นคอมมูนิตี้ของคนชอบเบียร์ ดังนั้นจึงเลือกฟังก์ชั่นโต๊ะยาว เพื่อให้คนไม่รู้จัก ได้มีโอกาสร่วมโต๊ะแบบใกล้ชิดและพูดคุยกันได้ง่ายขึ้น

มองด้านในเจอป้ายเบียร์ให้เราเลือก ซึ่งจะมีเบียร์ 6 ตัวหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป ส่วนใหญ่จะเป็น Golden Coins เบียร์หลักของร้าน นอกจากนั้นจะเป็นแบรนด์ที่เลือกมาเอง โดยมีแนวทางที่ชัดเจนนั่นคือต้องเป็นแบรนด์ เบียร์คราฟท์ สัญชาติไทยที่มีประสบการณ์ต้มมานานพอ และรสชาติได้มาตรฐานของเบียร์แต่ละประเภท

 

The_Let_Boy_Die-24

ส่วนอาหารเน้นแนวโฮมเมด อาจจะไม่ได้เน้นที่ความแปลกใหม่แต่เน้นที่การเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี โดยมีหุ้นส่วนคนสำคัญอีกคนคือคุณ Avi Yashaya (อาร์วี่) ชาวแคลิฟอร์เนียแถบเวสต์โคสต์ ซึ่งมีความเข้าใจเรื่องการดื่มเบียร์กับอาหารเป็นพิเศษ เป็นผู้ดูแลเรื่องอาหารโดยเฉพาะ พี่เปี๊ยกบอกเราว่าไม่ได้เน้นการแพร์ริ่งเบียร์กับอาหาร แต่อยากให้ดื่มเบียร์กับอาหารที่กินง่าย และกินด้วยกันแล้วอร่อยก็พอ อาหารของร้านจึงเป็นสไตล์คลาสสิคของทั้งอังกฤษ อเมริกา และเยอรมัน เพราะทั้งสามประเทศมี เบียร์คราฟท์ และอาหารที่คู่กับเบียร์เยอะมาก เมนูอาหารของที่นี่จึงมีปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บรรยากาศที่นี่เน้นความชิลล์ มีแบคกราวด์เป็นเพลงแจ๊สเบาๆ แต่ช่วงดึก อาจมีเร่งจังหวะเป็นแจ๊สฮิปฮอปเก๋ๆ ให้ครบสูตรการเป็นคอมมูนิตี้ที่มากกว่าแค่การเข้ามาดื่มเบียร์แต่คือการได้ทำความรู้จักกันและกัน เมื่อได้เข้ามาแล้วจะเดินกลับออกไปอย่างมีความสุข

 

The_Let_Boy_Die-31

 

The_Let_Boy_Die-36

 

Don’t Miss

THAI CRAFT BEERs

1. Devanom Arun Stout แอลกอฮอล์ 7% กลิ่นฮ็อป มอลต์ รสชาติขม และซ่า ทิ้งท้ายด้วยความหนักคงอยู่ในปากเอาไว้ให้คิดถึง

2. Golden Coins Amber Ale แอลกอฮอล์ 6.2% รสชาติขมเข้มกว่าตัวแรก กลิ่นหอมหวนผลไม้จากฮ็อปชัดเจน เป็นอีกตัวที่สายฮ็อปปี้ไม่ควรพลาด

3. Golden Coins American Brown แอลกอฮอล์ 5.7% กลิ่นดอกไม้หอมเบาๆ แต่บอดี้ที่มาหนึบหนับกว่าสองตัวแรก และรสขมขั้นสุดติดปลายลิ้น

4. Beer Kraft Belgian Pale แอลกอฮอล์ 5.5% บอดี้หนึบที่สุดในบรรดาห้าตัวที่เราได้ลิ้มลอง มีกลิ่นความหอมอยู่เบาๆ จางๆ

5. Beer Kraft Munich Weizen แอลกอฮอล์ 5% เป็นเบียร์ตัวที่จัดว่าดื่มง่ายที่สุดในบรรดาห้าตัว ออกรสซ่า ไม่ขม หอมอ่อนๆ บอดี้หนึบนิดๆ รสชาติเบาๆ ดื่มง่าย และทิ้งท้ายความสดชื่นเอาไว้

 

Food 

ในส่วนอาหารเน้นเมนูง่ายๆ ที่คุณเปี๊ยกและเชฟฮาร์วี่จัดมาให้เราชิม 4 เมนูเด็ดด้วยกัน

The_Let_Boy_Die-41

1. Six Feet Under Burger เบอร์เกอร์หมูจานนี้ใครมาแล้วไม่ได้ลองนี้ถือว่าพลาดอย่างแรง เนื้อหมูเกรดพรีเมียมจับมาเจอกับเชดด้าชีส หัวหอม เห็ดผัดเนย ผสมผสานเข้ากับรสสไปซี่เผ็ดนิดๆของมัสตาร์ด และประกบด้วยขนมปังโฮลวีตกรอบๆ แผ่นหนากำลังดี เข้ากันกับพอไส้เบอร์เกอร์ชิ้นหนาที่นุ่มลิ้นรสชาติครบรส เผ็ด เปรี้ยวนิดๆ หอมมันจากชีสและเนย จัดว่าเด็ดจริงๆ

The_Let_Boy_Die-43

2. BBQ Chicken Wing ปีกไก่ราดซอสสูตรพิเศษจากทางร้านที่ออกรสหวานนำ แต่ตัดความเลี่ยนด้วยรสเผ็ดนิดๆ ให้กินเล่นเพลินๆ

The_Let_Boy_Die-47

3. Fish&Chip มันฝรั่งหั่นไปชิ้นพอดีคำ แล้วนำไปต้มก่อนจะย่างไฟออกมาแบบกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมปลากะพงชิ้นหนาทอดกรอบกำลังดี ไม่เลี่ยน

The_Let_Boy_Die-52

4. Mix sausages ไส้กรอกเนื้อแน่น ปรุงจนสุกให้พอเกรียมนิดๆ มีความมันหน่อยๆ เสิร์ฟพร้อมมันบดสูตรพิเศษ เข้าคู่กันได้ดีกับเบียร์จริงๆ

บอกไว้ก่อนว่าร้านนี้เขาเป็น Self Service เดินมาสั่งเบียร์และอาหารที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินแล้วรอรับเบียร์ ส่วนอาหารรอเสิร์ฟที่โต๊ะได้เลย มีบริการน้ำเปล่าฟรี และไม่คิดค่าเซอร์วิสชาร์จด้วยนะ

Let the Boy Die เปิดทุกวัน เวลา 17.30- 24.00 น. ตั้งอยู่บนถนนหลวง ระหว่างแยกพลับพลาไชยกับถนนเสือป่า ตรงข้ามกับร้าน คั่วไก่ แอน

The_Let_Boy_Die-6

 

 

Contact:

Let the Boy die 

ที่อยู่: 542 ถ.หลวง แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขต ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพ 10110

โทร. 096 695 6281 (Eng), 082 675 9673, 081 557 5259, 080 599 6177 (Thai)

Facebook:  Let the Boy Die 

9 Food&Drink
8 service
8 atmosphere
9 value
8.5